ในโครงการ(ออกแบบเว็บไซต์เพื่อประชาสัมพันธ์มูลนิธิเพื่อนหญิง)นี้ ได้แบ่งการสืบค้นออกเป็น 2 หัวข้อดังนี้
- มูลนิธิเพื่อนหญิง
- เว็บไซต์
1. มูลนิธิเพื่อนหญิง (PUANYING)
ความเป็นมาของมูลนิธิ
มูลนิธิเพื่อนหญิงเป็นองค์กรพัฒนาเอกชน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปลายปี พ.ศ.2523 ภายใต้ชื่อ "กลุ่มเพื่อนหญิง" ได้รับการจดทะเบียนโดยกรุงเทพมหานคร เป็น "มูลนิธิเพื่อนหญิง" และมีฐานะเป็นนิติบุคคลจากกระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2534 มีบทบาทในการพิทักษ์สิทธิและให้ความช่วยเหลือผู้หญิงที่ตกอยู่ใน ภาวะวิกฤติความรุนแรง จากภัยคุกคามทางเทพการถูกข่มขู่ คุกคามและเผยแพร่คลิปวีดิโอ การถูกทำร้ายโดยบุคคลในครอบครัวที่ส่งผลกระทบด้ายร่างกาย จิตใจ สิทธิ เสรีภาพและความมั่นคงในชีวิต ตั้งครรภ์และไม่พร้อมที่จะรับผิดชอบ ท้องในวัยเรียน ถูกแสวงหาประโยชน์ทางเพศ การใช้แรงงานที่ผิดกฎหมายจากกระบวนการค้ามนุษย์ ถูกเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมหรือถูกเลือกปฏิบัติ ด้วยเหตุแห่งเพศ/เชื่อชาติ/ศาสนา เพื่อเป็นการแก้ปัญหาให้มีผลในเชิงโครงสร้าง ส่งเสริมความเข้าใจบริบทมิติหญิงชายในกระแสการพัฒนาของสังคมยุคใหม่ สร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายขบวนการต่อสู้ของผู้หญิงเพื่อร่วมสร้าง ร่วมคิด ร่วมทำสังคมที่เสมอภาคและเป็นธรรม
มูลนิธิเพื่อนหญิงมีบทบาทส่งเสริมแนวคิดและความเข้าใจบนพื้นฐานที่ว่าหญิงชายย่อมมีความเสมอภาคมาแต่กำเนิด สังคมจึงควรใช้มาตรฐานเดียวกันในการคุ้มครอง พิทักษ์สิทธิ ส่งเสริมคุณภาพชีวิตตามหลักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน โดยมูลนิธิฯ ใช้ยุทธศาสตร์ การเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้เข้าใจในบทบาทสิทธิแนะหน้าที่นำไปสู่ความเข้มแข็งและมีอำนาจต่อรองเชิงโครงสร้างในตัวบุคคลเครือข่ายและกระบวนการเพื่อสร้างพื้นที่ องค์ความรู้จากประสบการณ์การทำงาน พัฒนาเป็นต้นแบบการขยายผล เพื่อเสริมพลังอำนาจทางการเมือง เศรษฐกิจ การศึกษา สังคมให้กับผู้หญิง หากสังคมดูแลผู้หญิงดี ผลประโยชน์ ก็จะเกิดกับครอบครัวและสังคม "มีศูนย์การทำงานใน 4 ภาค กทม./ภาตใต้ จังหวัดสงขรา/ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่/ภาคอีสาร จังหวัดมุกดาหาร"
ที่มา : แผ่นผับของทางมูลนิธิเพื่อนหญิง
![]() |
| ภาพที่2 : ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อนหญิง น.ส.ธนวดี ท่าจีน |
มูลนิธิเพื่อนหญิงเป็นองค์กรที่คอยให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับการถูกกระทำทารุณทางร่างกายและจิตใจเป็นหลัก มีบทบาทที่คอยพิทักษ์สิทธิและให้คำปรึกษา เป็นตัวกลางประสานงาน เป็นฐานเสียง ให้กับกลุ่มผู้หญิงที่ถูกทำร้ายด้วยความทารุณ ผู้หญิงที่ร้องขอความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นการถูกคุกคามทางเพศ การถูกทำร้ายโดยบุคคลในครอบครัว โดยมีสัญลักษณ์ของมูลนิธิคือ นก ที่เปรียบดังกับความอิสระเสรี ที่สามารถโบยบินได้อย่างสวยงาม โดยใช้สีม่วง เป็นสีประจำมูลนิธิ เพื่อสือให้เห็นถึง พลังที่ซ่อนเร้นและมีอำนาจในตัวของผู้หญิงนั้นเอง
![]() |
| ภาพที่ 1 : สัญลักษณ์ของมูลนิธิเพื่อนหญิง (โค้ดสี#861886) |
จุดด้อยของมูลนิธิ
มูลนิธิเพื่อนหญิงได้ก่อตั้งมาเป็นเวลา 34 ปี ตั้งอยู่ที่ซอยรัชดาภิเษก 42 ลักษณะของมูลนิธินั้นเป็นตึกแถว เล็กๆ(ภาพที่4) ไม่มีป้ายบอกทางและไม่ได้อยู่ติดกับถนนใหญ่ ที่จะให้ผู้คนสามารถพบเห็นได้ ถ้าหากไม่สังเกตุดีๆก็จะคล้ายกับ บริษัทธรรมดา ลักษณะของป้าย(ภาพที่5)ที่บ่งบอกว่าเป็นมูลนิธิเพื่อนหญิงก็มีลักษณะคล้ายป้ายไฟสีเหลี่ยมผืนผ้าธรรมดาๆ ไม่สามารถสร้างความสนใจให้แก่ผู้คนที่พบเห็น
![]() |
| ภาพที่ 3 : ด้านหน้าของมูลนิธิเพื่อนหญิง |
![]() |
| ภาพที่ 4 : ทางเข้าด้านในมูลนิธิ |
![]() |
| ภาพที่ 5 : ป้ายมูลนิธิเพื่อนหญิง |
2. เว็บไซต์ (Web Site)
เว็บไซต์ (Website, Web site หรือ Site) หมายถึง หน้าเว็บเพจหลายหน้า ซึ่งเชื่อมโยงกันผ่านทางไฮเปอร์ลิงก์ ส่วนใหญ่จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอข้อมูลผ่านคอมพิวเตอร์ โดยถูกจัดเก็บไว้ในเวิลด์ไวด์เว็บ หน้าแรกของเว็บไซต์ที่เก็บไว้ที่ชื่อหลักจะเรียกว่า โฮมเพจ เว็บไซต์โดยทั่วไปจะให้บริการต่อผู้ใช้ฟรี แต่ในขณะเดียวกันบางเว็บไซต์จำเป็นต้องมีการสมัครสมาชิกและเสียค่าบริการเพื่อที่จะดูข้อมูล ในเว็บไซต์นั้น ซึ่งได้แก่ข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูลตลาดหลักทรัพย์ หรือข้อมูลสื่อต่างๆ ผู้ทำเว็บไซต์มีหลากหลายระดับ ตั้งแต่สร้างเว็บไซต์ส่วนตัว จนถึงระดับเว็บไซต์สำหรับธุรกิจหรือองค์กรต่างๆ การเรียกดูเว็บไซต์โดยทั่วไปนิยมเรียกดูผ่านซอฟต์แวร์ในลักษณะของ เว็บเบราว์เซอร์ (ที่มา : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี )
ไฮเปอร์ลิงก์
การเชื่อมโยงหลายมิติ หรือ ไฮเปอร์ลิงก์ (hyperlink) นิยมเรียกโดยย่อว่า ลิงก์ (link) คือคำหรือวลีต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในเอกสารข้อความ ใช้สำหรับเปิดเอกสารอื่นที่เชื่อมโยงด้วยวิธีการคลิกลงบนคำหรือวลีนั้น โดยเฉพาะกับเว็บเพจซึ่งจะทำงานบนเว็บเบราว์เซอร์ ข้อความที่เป็นลิงก์มักจะปรากฏเป็นสีหรือรูปแบบที่โดดเด่นกว่าข้อความรอบข้าง ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตสามารถคลิกบนลิงก์เพื่อเปลี่ยนหน้าไปยังเว็บเพจที่กำหนดไว้ แทนที่จะพิมพ์ในแถบที่อยู่ของเว็บเบราว์เซอร์โดยตรง (ที่มา : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี )
เวิลด์ไวด์เว็บ
เครือข่ายใยแมงมุม หรือ WWW (World Wide Web) คือบริการรูปแบบหนึ่งในอินเตอร์เน็ต เราเรียกสั้นๆว่า "เว็บ" การให้บริการในรูปแบบนี้ คือ เราต้องเปิดบราวเซอร์ เช่น Internet Explorer จากเครื่องของเราและระบุ URL เพื่อใช้ในการอ้างอิงที่อยู่ที่เก็บเว็บ เท่านี้เราก็สามารถเปิดดูเว็บได้แล้ว เช่น เมื่อเราระบุ URL ที่ต้องการเปิดเป็น www.puanying.org ก็จะเปิดดูเว็บไซต์มูลนิธิเพื่อนหญิง
โฮมเพจ
โฮมเพจ (home page) หมายถึง เว็บเพจหน้าแรกที่ปรากฏของแต่ละเว็บไซต์ ซึ่งปกติโฮมเพจจะมีลิงค์เพื่อเชื่อมโยงไปยังเว็บเพจที่เป็นเรื่องราวในหัวข้อนั้นๆ
เว็บเบราว์เซอร์
เว็บบราวเซอร์ (Web Browser) คือ โปรแกรมที่เป็นประตูเข้าสู่โลก World Wide Web ซึ่งเป็นโปรแกรมที่อยู่ในเครื่องรับบริการ (Client) มีหน้าที่ในการส่งขอมูลร้องขอและรับหน้าเว็บมาแสดง ตัวโปรแกรมจะเข้าใจในภาษา HTML ที่เป็นมาตรฐานในการแสดงเว็บ เว็บบราวเซอร์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน คือ Internet Explorer ของไมโครซอฟท์, Chrome ของกูเกิล, Firefox ซึ่งเป็นบราวเซอร์โอเพนซอร์ช และ Safari ของแอปเปิล
ภาษา HTML
HTML ย่อมาจากคำเต็มว่า Hypertext Markup Language โดยที่ Hypertext คือ เทคโนโลยีที่ช่วยให้เกิดการเชื่อมโยงบนเว็บ และ Markup Language จะถูกนำมาใช้เพื่อจัดรูปแบบและโครงสร้างภายในเอกสาร[1] ซึ่งพัฒนาขึ้นมาจากภาษา SGML (Standard Generalized Markup Language) โดย Tim Berners-Lee ในปี ค.ศ. 1990 ซึ่งใช้ในระบบของ CERN (Conseil Europeen pour La Recherche Nucleaire) เบื้องต้นได้เริ่มใช้ในสวิตเซอร์แลนด์[2]
ลักษณะของภาษา HTML
องค์ประกอบของภาษา HTML สามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นข้อความทั่วๆไป และส่วนที่เป็นคำสั่งที่ใช้ในการกำหนดรูปแบบของข้อความที่แสดง ซึ่งเราเรียนกคำสั่งนี้ว่า แท็ก(Tag) โดยแท็กคำสั่งของ HTML จะอยู่ในเครื่องหมาย < และ > ซึ่งมีหลักในการเขียน คือ
ในกรณีที่เราต้องการใช้แท็กซ้อนกันมากกว่า 1 แท็ก เราจะต้องใช้แท็คปิด ปิดแท็กในสุดก่อน แล้วจึงไล่ปิดแท็กอื่นๆ ตามลำดับ เช่น
ประเภทของเว็บไซต์
1. เว็บไซต์ประชาสัมพันธ์องค์กร (Corporate Website)
เว็บไซต์ (Website, Web site หรือ Site) หมายถึง หน้าเว็บเพจหลายหน้า ซึ่งเชื่อมโยงกันผ่านทางไฮเปอร์ลิงก์ ส่วนใหญ่จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอข้อมูลผ่านคอมพิวเตอร์ โดยถูกจัดเก็บไว้ในเวิลด์ไวด์เว็บ หน้าแรกของเว็บไซต์ที่เก็บไว้ที่ชื่อหลักจะเรียกว่า โฮมเพจ เว็บไซต์โดยทั่วไปจะให้บริการต่อผู้ใช้ฟรี แต่ในขณะเดียวกันบางเว็บไซต์จำเป็นต้องมีการสมัครสมาชิกและเสียค่าบริการเพื่อที่จะดูข้อมูล ในเว็บไซต์นั้น ซึ่งได้แก่ข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูลตลาดหลักทรัพย์ หรือข้อมูลสื่อต่างๆ ผู้ทำเว็บไซต์มีหลากหลายระดับ ตั้งแต่สร้างเว็บไซต์ส่วนตัว จนถึงระดับเว็บไซต์สำหรับธุรกิจหรือองค์กรต่างๆ การเรียกดูเว็บไซต์โดยทั่วไปนิยมเรียกดูผ่านซอฟต์แวร์ในลักษณะของ เว็บเบราว์เซอร์ (ที่มา : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี )
ไฮเปอร์ลิงก์
การเชื่อมโยงหลายมิติ หรือ ไฮเปอร์ลิงก์ (hyperlink) นิยมเรียกโดยย่อว่า ลิงก์ (link) คือคำหรือวลีต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในเอกสารข้อความ ใช้สำหรับเปิดเอกสารอื่นที่เชื่อมโยงด้วยวิธีการคลิกลงบนคำหรือวลีนั้น โดยเฉพาะกับเว็บเพจซึ่งจะทำงานบนเว็บเบราว์เซอร์ ข้อความที่เป็นลิงก์มักจะปรากฏเป็นสีหรือรูปแบบที่โดดเด่นกว่าข้อความรอบข้าง ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตสามารถคลิกบนลิงก์เพื่อเปลี่ยนหน้าไปยังเว็บเพจที่กำหนดไว้ แทนที่จะพิมพ์ในแถบที่อยู่ของเว็บเบราว์เซอร์โดยตรง (ที่มา : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี )
เวิลด์ไวด์เว็บ
เครือข่ายใยแมงมุม หรือ WWW (World Wide Web) คือบริการรูปแบบหนึ่งในอินเตอร์เน็ต เราเรียกสั้นๆว่า "เว็บ" การให้บริการในรูปแบบนี้ คือ เราต้องเปิดบราวเซอร์ เช่น Internet Explorer จากเครื่องของเราและระบุ URL เพื่อใช้ในการอ้างอิงที่อยู่ที่เก็บเว็บ เท่านี้เราก็สามารถเปิดดูเว็บได้แล้ว เช่น เมื่อเราระบุ URL ที่ต้องการเปิดเป็น www.puanying.org ก็จะเปิดดูเว็บไซต์มูลนิธิเพื่อนหญิง
โฮมเพจ
โฮมเพจ (home page) หมายถึง เว็บเพจหน้าแรกที่ปรากฏของแต่ละเว็บไซต์ ซึ่งปกติโฮมเพจจะมีลิงค์เพื่อเชื่อมโยงไปยังเว็บเพจที่เป็นเรื่องราวในหัวข้อนั้นๆ
เว็บเบราว์เซอร์
เว็บบราวเซอร์ (Web Browser) คือ โปรแกรมที่เป็นประตูเข้าสู่โลก World Wide Web ซึ่งเป็นโปรแกรมที่อยู่ในเครื่องรับบริการ (Client) มีหน้าที่ในการส่งขอมูลร้องขอและรับหน้าเว็บมาแสดง ตัวโปรแกรมจะเข้าใจในภาษา HTML ที่เป็นมาตรฐานในการแสดงเว็บ เว็บบราวเซอร์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน คือ Internet Explorer ของไมโครซอฟท์, Chrome ของกูเกิล, Firefox ซึ่งเป็นบราวเซอร์โอเพนซอร์ช และ Safari ของแอปเปิล
ภาษา HTML
HTML ย่อมาจากคำเต็มว่า Hypertext Markup Language โดยที่ Hypertext คือ เทคโนโลยีที่ช่วยให้เกิดการเชื่อมโยงบนเว็บ และ Markup Language จะถูกนำมาใช้เพื่อจัดรูปแบบและโครงสร้างภายในเอกสาร[1] ซึ่งพัฒนาขึ้นมาจากภาษา SGML (Standard Generalized Markup Language) โดย Tim Berners-Lee ในปี ค.ศ. 1990 ซึ่งใช้ในระบบของ CERN (Conseil Europeen pour La Recherche Nucleaire) เบื้องต้นได้เริ่มใช้ในสวิตเซอร์แลนด์[2]
ลักษณะของภาษา HTML
องค์ประกอบของภาษา HTML สามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นข้อความทั่วๆไป และส่วนที่เป็นคำสั่งที่ใช้ในการกำหนดรูปแบบของข้อความที่แสดง ซึ่งเราเรียนกคำสั่งนี้ว่า แท็ก(Tag) โดยแท็กคำสั่งของ HTML จะอยู่ในเครื่องหมาย < และ > ซึ่งมีหลักในการเขียน คือ
- รูปแบบแท็กจะแยกเป็น 2 ส่วน โดยจะต้องที่ส่วนเริ่มต้นของแท็ก เรียกว่า "แท็กเปิด" และส่วนจบของแท็ก เรียกว่า "แท็กปิด" โดยส่วนของแท็กปิดจะต้องมีเครื่องหมาย Slash (/) ดังนี้
<แท็กเปิด> ข้อความ </แท็กปิด> เช่น <title>...</title>
ในกรณีที่เราต้องการใช้แท็กซ้อนกันมากกว่า 1 แท็ก เราจะต้องใช้แท็คปิด ปิดแท็กในสุดก่อน แล้วจึงไล่ปิดแท็กอื่นๆ ตามลำดับ เช่น
<h2> <i> ข้อความ </i> </h2>
- บางแท็กจะมีตัวกำหนดคุณสมบัติ เรียกว่า แอตทริบิวต์ (Attribute) และค่าที่ถูกกำหนดให้ใช้ในแท็ก (Value) โดยจะเขียนไว้หลังแท็ก เช่น
<hr wide=600 size=5>
แท็ก hr เป็นการกำหนดเส้นคั้นทางแนวนอน
แอตทริบิวต์ width กำหนดคุณสมบัติความยาวของเส้น
ค่าที่กำหนดให้ใช้ 600 ค่าความยาวของเส้น[1]
โครงสร้างพื้นฐานของ HTML
<html>...</html> เป็นแท็กแรกที่ต้องมีในภาษา HTML ซึ่งบ่งบอกว่านี่คือภาษา HTML โดยจะอยู่ที่จุดเริ่มต้นของเอกสารและท้ายเอกสารในแต่ละแฟ้ม
<head>...</head> เป็นส่วนกำหนดรายละเอียดหัวเอกสาร HTML เช่น
- กำหนดชื่อเว็บเพจ โดยใช้แท็ก <title>...</title> ซึ่งข้อความภายในแท็กนี้จะเป็นชื่อหัวเรื่องเว็บเพจที่ต้องการ ซึ่งจะต้องมีความยาวไม่เกิน 64 ตัวอักษร ข้อความนี้จะไปปรากฎที่ title bar ของบราวเซอร์ที่เราใช้งานอยู่ และปรากฎบน Bookmark ของโปรแกรมบราวเซอร์ด้วย
- การกำหนดรูปแบบของข้อความและเลย์เอาต์ในหน้าเว็บเพจ ที่เรียกว่า สไตล์ชีต
- การแทรก หรือ ใส่สคริปต์โปรแกรม เช่น JavaScript
ประเภทของเว็บไซต์
1. เว็บไซต์ประชาสัมพันธ์องค์กร (Corporate Website)
จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอข้อมูลและข่าวสารสำหรับองค์กรข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท (Company Profile) ข้อมูลสินค้าหรือบริการ (Products & Services)
การผลิตและขั้นตอนการควบคุมคุณภาพ (Manufacturing & Production Process/Quality Control) เพื่อประชาสัมพันธ์บริษัทหรือองค์กรให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้เกิดกับผู้เข้าเยี่ยมชม (Visitor) โดยทั่วไปจะจัดทำในรูปแบบที่เรียบง่ายสวยงาม ดูน่าเชื่อถือ เป็น Static Page แต่สามารถเพิ่มเติมในส่วนของ Dynamic Page เช่น ในส่วนของข่าวสาร News & Events, F.A.Q. หรือ What’s New เป็นต้น เว็บไซต์เหล่านี้จำเป็นจะต้องอาศัยการทำประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ เพื่อให้ข้อมูลการนำเสนอเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง และจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
2. เว็บไซต์บริการหรือเว็บไซต์ชุมชน (Community & Service Website)
จัดทำขึ้นด้วยวัตถุประสงค์หลักเป็นเครื่องมือในการสร้างชุมชน หรือให้บริการแก่ลูกค้าหรือสมาชิกขององค์กรหรือบริษัทนั้นนอกเหนือจากการนำเสนอข้อมูลเบื้องต้น เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท (Company Profile), ข้อมูลสินค้าหรือบริการ (Products & Services), การผลิตและขั้นตอนการควบคุมคุณภาพ (Manufacturing & Production Process/Quality Control) แล้ว จะต้องประกอบด้วยส่วนที่เป็น Interactive กับผู้เข้าเยี่ยมชม เช่น กระดานซื้อขายแลกเปลี่ยนหรือแสดงความคิดเห็น (Webboard) หรือระบบโปรแกรม ที่ให้บริการแก่สมาชิก หรือลูกค้า เช่น ระบบราคาสินค้าสำหรับตัวแทนจำหน่าย (Price List for Dealer) ซึ่งอาจจะมีหลายระดับราคา ขึ้นอยู่กับรหัสของสมาชิกเหล่านั้นในการ Log-in เข้ามาดูราคา และราคาเหล่านี้ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถ update ได้ตลอดเวลาผ่านเว็บไซต์, ระบบสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ (Order On-Line) ระบบนี้ใช้ในเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับตัวแทนจำหน่าย ซึ่งมีการลงทะเบียนหรือเป็นคู่ค้ากันอยู่แล้ว สามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ เพื่อลดขั้นตอนในการออกใบสั่งซื้อ (Purchase Order) ที่เป็นเอกสารได้โดยทั่วไปของเว็บไซต์ประเภทนี้ การใช้งานในส่วนระบบหรือ Interactive จะต้องมีการลงทะเบียน สมัครเป็นสมาชิก หรือเป็นลูกค้าขององค์กร หรือบริษัทนั้นจึงจะใช้งานได้การออกแบบมักเน้นที่ระบบการใช้งาน ให้มีความสะดวกในการให้บริการแก่สมาชิกเป็นหลัก เข้าถึงได้เร็ว การออกแบบ graphic จึงเป็นองค์ประกอบส่วนน้อยในเว็บไซต์ประเภทนี้
3. เว็บไซต์จำหน่ายสินค้าหรือบริการออนไลน์ (E-Commerce Website)
จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการทำตลาดหรือขายสินค้าหรือบริการผ่านเว็บไซต์จะต้องคำนึงในเรื่องการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลการออกแบบจัดทำเว็บไซต์ประเภทนี้ จะต้องมีการวางแผนงานที่ดีรวมถึงความพร้อมในการให้บริการของเจ้าของเว็บไซต์ อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายที่สูงในการจัดทำ
4. เว็บไซต์นำเสนอสื่อผสม (Multimedia & Presentation Website)
เว็บไซต์ประเภทนี้มีความคล้ายกับเว็บไซต์ประชาสัมพันธ์องค์กร ในลักษณะนำเสนอข้อมูล และข่าวสารขององค์กรไปยังกลุ่มเป้าหมายมีการนำเอาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ทันสมัยมาใช้ในการนำเสนอ เพื่อสร้างจุดเด่นและความน่าสนใจให้เกิดแก่เว็บไซต์ และทำลายข้อจำกัดในการนำเสนอด้วย ภาพเคลื่อนไหวและเสียง ที่มีความใกล้เคียงกับการนำเสนอจากหน้าจอโทรทัศน์ เช่น ภาพเคลื่อนไหว (Animation), เสียง (Sound), หรือ ภาพวีดีโอ (VDO Streaming) นำเสนอผ่านเว็บไซต์มีการออกแบบที่สวยงามและดึงดูดใจ จึงสร้างความสนใจแก่ผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้โดยง่ายแต่มักมีปัญหาในเรื่องขนาดไฟล์ที่ใหญ่และทำให้การเข้าชมต้องอาศัยเวลาในการโหลดข้อมูล การเปลี่ยนแปลงและ update ข้อมูลทำได้ยากรวมถึงค่าใช้จ่ายในการจัดทำสูงมาก
การผลิตและขั้นตอนการควบคุมคุณภาพ (Manufacturing & Production Process/Quality Control) เพื่อประชาสัมพันธ์บริษัทหรือองค์กรให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้เกิดกับผู้เข้าเยี่ยมชม (Visitor) โดยทั่วไปจะจัดทำในรูปแบบที่เรียบง่ายสวยงาม ดูน่าเชื่อถือ เป็น Static Page แต่สามารถเพิ่มเติมในส่วนของ Dynamic Page เช่น ในส่วนของข่าวสาร News & Events, F.A.Q. หรือ What’s New เป็นต้น เว็บไซต์เหล่านี้จำเป็นจะต้องอาศัยการทำประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ เพื่อให้ข้อมูลการนำเสนอเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง และจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
2. เว็บไซต์บริการหรือเว็บไซต์ชุมชน (Community & Service Website)
จัดทำขึ้นด้วยวัตถุประสงค์หลักเป็นเครื่องมือในการสร้างชุมชน หรือให้บริการแก่ลูกค้าหรือสมาชิกขององค์กรหรือบริษัทนั้นนอกเหนือจากการนำเสนอข้อมูลเบื้องต้น เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท (Company Profile), ข้อมูลสินค้าหรือบริการ (Products & Services), การผลิตและขั้นตอนการควบคุมคุณภาพ (Manufacturing & Production Process/Quality Control) แล้ว จะต้องประกอบด้วยส่วนที่เป็น Interactive กับผู้เข้าเยี่ยมชม เช่น กระดานซื้อขายแลกเปลี่ยนหรือแสดงความคิดเห็น (Webboard) หรือระบบโปรแกรม ที่ให้บริการแก่สมาชิก หรือลูกค้า เช่น ระบบราคาสินค้าสำหรับตัวแทนจำหน่าย (Price List for Dealer) ซึ่งอาจจะมีหลายระดับราคา ขึ้นอยู่กับรหัสของสมาชิกเหล่านั้นในการ Log-in เข้ามาดูราคา และราคาเหล่านี้ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถ update ได้ตลอดเวลาผ่านเว็บไซต์, ระบบสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ (Order On-Line) ระบบนี้ใช้ในเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับตัวแทนจำหน่าย ซึ่งมีการลงทะเบียนหรือเป็นคู่ค้ากันอยู่แล้ว สามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ เพื่อลดขั้นตอนในการออกใบสั่งซื้อ (Purchase Order) ที่เป็นเอกสารได้โดยทั่วไปของเว็บไซต์ประเภทนี้ การใช้งานในส่วนระบบหรือ Interactive จะต้องมีการลงทะเบียน สมัครเป็นสมาชิก หรือเป็นลูกค้าขององค์กร หรือบริษัทนั้นจึงจะใช้งานได้การออกแบบมักเน้นที่ระบบการใช้งาน ให้มีความสะดวกในการให้บริการแก่สมาชิกเป็นหลัก เข้าถึงได้เร็ว การออกแบบ graphic จึงเป็นองค์ประกอบส่วนน้อยในเว็บไซต์ประเภทนี้
3. เว็บไซต์จำหน่ายสินค้าหรือบริการออนไลน์ (E-Commerce Website)
จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการทำตลาดหรือขายสินค้าหรือบริการผ่านเว็บไซต์จะต้องคำนึงในเรื่องการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลการออกแบบจัดทำเว็บไซต์ประเภทนี้ จะต้องมีการวางแผนงานที่ดีรวมถึงความพร้อมในการให้บริการของเจ้าของเว็บไซต์ อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายที่สูงในการจัดทำ
4. เว็บไซต์นำเสนอสื่อผสม (Multimedia & Presentation Website)
เว็บไซต์ประเภทนี้มีความคล้ายกับเว็บไซต์ประชาสัมพันธ์องค์กร ในลักษณะนำเสนอข้อมูล และข่าวสารขององค์กรไปยังกลุ่มเป้าหมายมีการนำเอาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ทันสมัยมาใช้ในการนำเสนอ เพื่อสร้างจุดเด่นและความน่าสนใจให้เกิดแก่เว็บไซต์ และทำลายข้อจำกัดในการนำเสนอด้วย ภาพเคลื่อนไหวและเสียง ที่มีความใกล้เคียงกับการนำเสนอจากหน้าจอโทรทัศน์ เช่น ภาพเคลื่อนไหว (Animation), เสียง (Sound), หรือ ภาพวีดีโอ (VDO Streaming) นำเสนอผ่านเว็บไซต์มีการออกแบบที่สวยงามและดึงดูดใจ จึงสร้างความสนใจแก่ผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้โดยง่ายแต่มักมีปัญหาในเรื่องขนาดไฟล์ที่ใหญ่และทำให้การเข้าชมต้องอาศัยเวลาในการโหลดข้อมูล การเปลี่ยนแปลงและ update ข้อมูลทำได้ยากรวมถึงค่าใช้จ่ายในการจัดทำสูงมาก
(ที่มา : http://guru.google.co.th)
Resume (สมมติฐาน)
การสร้างเว็บไซต์ให้กับมูลนิธิเพื่อนหญิงนี้ ข้าพเจ้าได้จัดทำเว็บไซต์เป็นประเภทประชาสัมพันธ์องค์กร(Corporate Website) ใช้โครงสร้างภาษา HTML เป็นหลัก ด้วยการนำเสนอข้อมูลข่าวสารแบบคงที่ในลักษณะแบบสื่อสารทางเดียว ที่ผู้เข้าชมเว็บไซต์ จะรับทราบข้อมูลเหมือนกันทั้งหมด(Static Web Page)
ขั้นตอนการสร้างเว็บไซต์
การสร้างเว็บไซต์มีขั้นตอนพื้นฐาน 3ประการด้วยกัย ในแต่ละประการมีความสำคัญเหมือนๆกัน เพราะทุกขั้นตอนมีส่วนช่วยให้การสร้างเป็นไปอย่างถูกต้องที่จะส่งผลให้เว็บไซต์เกิดผลสำเร็จได้ อันประกอบไปด้วย
1.การส่งเสริมแนวคิด และความเข้าใจในมิติหญิงชายบนพื้นฐานที่ว่าหญิงชายย่อมมีความ
เสมอภาค
2.ใช้ยุทธศาสตร์การเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้ผู้หญิงเข้าใจในบทบาท หน้าที่และสิทธิ
ของสตรี
3.เพื่อให้สตรีมีความเข้มแข็งและมีอำนาจต่อรองเชิงโครงสร้างในระดับปัจเจกและเครือข่าย
สามารถเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้หญิงและเครือข่าย ส่งผลให้เกิดการพึ่งตนเองได้
- Static Web Page คือเว็บเพจที่ออกแบบขึ้นมา ใช้โครงสร้างภาษา HTML เป็นหลัก ด้วยการนำเสนอข้อมูลข่าวสารแบบคงที่ในลักษณะแบบสื่อสารทางเดียว ที่ผู้เข้าชมเว็บไซต์ จะรับทราบข้อมูลเหมือนกันทั้งหมด
- Dynamic Web Page คือเว็บเพจที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้สามารถโต้ตอบกับระบบได้ โดยข้อมูลของผู้ใช้แต่ละคน จะถูกบันทึกลงในฐานข้อมูล และแต่ละคนก้สามารถเข้าถึงระบบ เพื่อเลือกการแสดงผลที่แตกต่างกันตามแต่ละบุคคลได้[1]
Resume (สมมติฐาน)
การสร้างเว็บไซต์ให้กับมูลนิธิเพื่อนหญิงนี้ ข้าพเจ้าได้จัดทำเว็บไซต์เป็นประเภทประชาสัมพันธ์องค์กร(Corporate Website) ใช้โครงสร้างภาษา HTML เป็นหลัก ด้วยการนำเสนอข้อมูลข่าวสารแบบคงที่ในลักษณะแบบสื่อสารทางเดียว ที่ผู้เข้าชมเว็บไซต์ จะรับทราบข้อมูลเหมือนกันทั้งหมด(Static Web Page)
ขั้นตอนการสร้างเว็บไซต์
การสร้างเว็บไซต์มีขั้นตอนพื้นฐาน 3ประการด้วยกัย ในแต่ละประการมีความสำคัญเหมือนๆกัน เพราะทุกขั้นตอนมีส่วนช่วยให้การสร้างเป็นไปอย่างถูกต้องที่จะส่งผลให้เว็บไซต์เกิดผลสำเร็จได้ อันประกอบไปด้วย
- วางแผนเว็บไซต์
- จุดมุ่งหมายและพันธกิจ
1.การส่งเสริมแนวคิด และความเข้าใจในมิติหญิงชายบนพื้นฐานที่ว่าหญิงชายย่อมมีความ
เสมอภาค
2.ใช้ยุทธศาสตร์การเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้ผู้หญิงเข้าใจในบทบาท หน้าที่และสิทธิ
ของสตรี
3.เพื่อให้สตรีมีความเข้มแข็งและมีอำนาจต่อรองเชิงโครงสร้างในระดับปัจเจกและเครือข่าย
สามารถเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้หญิงและเครือข่าย ส่งผลให้เกิดการพึ่งตนเองได้
- กลุ่มเป้าหมาย
ผู้หญิงที่ต้องการรู้เรื่องราวเกี่ยวกับมูลนิธิ และรวมไปถึงบุคคลทั่วไปที่ต้องการรู้เรื่องราวหรือ
ต้องการจะร่วมสมทบทุนให้กับมูลนิธิ (อายุระหว่าง 15-50ปี)
- วัตุประสงค์
2. เพื่อให้ผู้ที่ต้องการรับทราบข้อมูล ข่าวสาร กิจกรรมของมูลนิธิ
3. เพื่อสะดวกต่อผู้ที่ต้องการบริจาคสมทบทุนให้กับมูลนิธิ
2. สร้างเว็บไซต์
![]() |
| ภาพที่ 6 : โครงสร้างเว็บไซต์มูลนิธิเพื่อนหญิง |
![]() |
| ภาพที่ 7 : lay Out Index |








No comments:
Post a Comment